Spreadfirefox Affiliate Button

ที่ตั้งหัวข้อนี้ ก็เพราะว่า ผมเป็นคนนึงที่ใช้ PDA ยี่ห้อ Palm และ ใช้ Palm OS ของบริษัท Palm Inc. มาหลายปีแล้ว และ ยังจะชอบ Palm OS ต่อไป (เพราะไม่ชอบ PPC) ซึ่งปัจจุบัน เครื่อง Palm ที่ผมใช้อยู่มีชื่อว่า Palm TUNGSTEN |T3


นี่คือหน้าตาของ Palm TUNGSTEN |T3 ที่ผมใช้อยู่ครับ

สำหรับอุปกรณ์ตัวนี้ผมมีความชอบเป็นการส่วนตัวพอสมควร และ ด้วยความที่ผมชอบ PALM OS แต่สถานการณ์ ของ Palm Inc. นั้นไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ผมก็แอบกังวลเล็กๆว่า เอ๊....แล้วต่อไป หาก Palm Inc. มันตายไปจริงๆแล้วจะเป็นยังไงว๊าาาาาา

หลังจากที่กังวลอยู่นานพอสมควร เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เข้าไปอ่านข่าวที่ Web Mr.Palm ก็เจอข่าวที่เรียกว่า ข่าวดี!! สำหรับผมก็ว่าได้ เพราะตอนนี้กำลังจะมี Palm OS Emulator สำหรับ iPod Touch หรือ iPhone มาให้ใช้ สำหรับรายละเอียดอ่านได้ที่ข่าวนี้ครับ อีกหน่อยเราจะใช้ iPhone แทนเครื่อง Palm ได้แล้ว

ถือเป็นข่าวดีสำหรับผมมากๆเลยครับ โดย Emulator ตัวนี้เป็นของบริษัท StyleTap ครับ สำหรับ Software ตัวนี้ยังไม่เป็น Beta เลย แต่คิดว่า อีกไม่นานน่าจะมีตัว Beta มาให้ ทดลองใช้กันหล่ะครับ

ถึงเวลานั้น Palmer ทั้งหลายคงจะดี๊ด๊า เป็นกระดี่ได้น้ำแน่ๆครับ

^_^

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2551 0 ความคิดเห็น

สำหรับ Wallpaper ชุดนี้ผมหาเจอมาจากใน Internet ครับ โดย Wallpaper ที่ผมหาได้ ผมจะหาขนาด 320x480 เป็นหลักนะครับ ซึ่ง ณ. ตอนนี้มันเหมาะกับ Palm T|T3, T5, LifeDrive, iPhone มากที่สุด หากใครสนใจก็ Click ขวา แล้วสั่ง Save AS เลยครับ ^_^





















เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2551 0 ความคิดเห็น

สำหรับ Wallpaper ชุดนี้ผมหาเจอมาจากใน Internet ครับ โดย Wallpaper ที่ผมหาได้ ผมจะหาขนาด 320x480 เป็นหลักนะครับ ซึ่ง ณ. ตอนนี้มันเหมาะกับ Palm T|T3, T5, LifeDrive, iPhone มากที่สุด หากใครสนใจก็ Click ขวา แล้วสั่ง Save AS เลยครับ ^_^



















เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş 0 ความคิดเห็น

หลายคนคงมีปัญหาเวลาไปซื้อแรมใส่ในเครื่องหรือว่าซื้อการ์ดจอว่าจะเอาแรมเท่าไรดีถึงจะพอกับการใช้งาน เพราะอย่างแรมในเครื่องเองก็มีหลายความจุ อย่างเช่น 1GB, 2GB, 4GB หรือว่าขนาดของแรมบนการ์ดก็มีหลายความจุทั้ง 256MB, 512MB, 1GB ซึ่งบทความนี้จะเป็นการแนะนำความจุของแรมขนาดต่างๆ กันให้กับเพื่อนๆ ได้เป็นแนวทางในการเลือกใช้งาน



หน่วยความจำหลัก (MAIN MEMORY)

แรมหรือหน่วยความจำหลักนั้นมีหน้าที่ในการเก็บและพักข้อมูลที่รอการประมวลผล หรือทำการประมวลผลเสร็จแล้ว เพื่อนำไปใช้ในการแสดงผลของข้อมูล และยังสามารถที่จะทำการเก็บข้อมูล หรือคำสั่งที่ถูกเรียกใช้บ่อยๆ เพื่อให้การทำงานของระบบรวดเร็วขึ้น ซึ่งขนาดความจุของแรมนั้นจะส่งผลต่อความรวดเร็วการใช้งานได้ชัดเจนที่สุด แนวโน้มในปัจจุบันนั้นไม่ว่าจะเป็นเกม หรือโปรแกรมต่างๆ นั้นก็ต่างต้องการบริโภคปริมาณแรมที่สูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทางด้านเกมที่นับวันเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ที่สมจริงมากยิ่งขึ้น บวกกับขนาดของจอภาพที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นทำให้เราจำเป็นต้องปรับความละเอียดของเกมให้สูงขึ้นตามขนาดของจอที่ใหญ่เพิ่มขึ้นไปด้วย สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลให้ระบบต้องการใช้แรมปริมาณมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว

512MB ดูท่าว่าจะพอเพียงสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows XP บวกการใช้งานกับโปรแกรมต่างๆ ได้เพียง 2 – 3 โปรแกรมพร้อมกันเท่านั้น ถ้ามากกว่านี้อาจพบกับอาการหน่วงหรือเครื่องทำงานช้าลงอย่างชัดเจน ยิ่งถ้าเป็นระบบปฏิบัติการ Windows Vista ที่เขมือบแรมไปตั้งแต่เปิดเครื่องใหม่ๆ ถึงประมาณ 550MB ถ้าเป็นการเล่นเกมด้วยยิ่งหมดสิทธิ์สำหรับความจุในระดับนี้เพราะกระตุกเป็นเจ้าเข้าแน่ๆ

1GB ความจุในระดับนี้ควรจะเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน เพราะความจุนี้เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปๆ ได้อย่างเพียงพอไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์ความละเอียดสูง ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต คุย MSN ก็สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล แต่ถ้าพูดถึงการเล่นเกมความจุขนาดนี้ถือว่ายังสามารถเล่นได้อยู่ในระดับดีถ้าไม่ตั้งความละเอียดของภาพ และกราฟิกต่างๆ สูงมากนัก เช่น 1024x768 Medium Setting

2GB ปัจจุบันความจุนี้เรียกได้ว่าเป็นความจุแนะนำเลยทีเดียว ถ้ายิ่งเป็นสเป็กคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมฮาร์ดคอร์ด้วยยิ่งเหมาะ อย่างยิ่ง เพราะอย่างเกม Crysis เล่นที่ Very High 1280x1024 บน Windows XP ก็ซัดแรมไปกว่า 1.3GB แล้ว ส่วนเกมใหม่ๆ อย่างเช่น Call of Duty 4 หรือ Gears of War ที่เล่นบนความละเอียดสูงบวกกับตั้งค่ากราฟิกแบบสุดๆ ก็กินแรมไปมากกว่า 1GB ขึ้นไปแล้วทั้งนั้น ส่วมแรมขนาด 4GB ปัจจุบันยังไม่ได้รับความนิยมมากเท่าที่ควรเพราะว่าติดปัญหาอยู่ที่ระบบปฏิบัติการ 32-bits จะมองเห็นแรมได้สูงสุดเพียงประมาณ 3GB เท่านั้น ซึ่งถ้าจะให้มองเห็นมากกว่านั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการ 64-bits แทน แต่ว่าระบบปฏิบัติการ 64-bits ก็ยังติดปัญหาอยู่ตรงที่ไม่มีโปรแกรมที่ออกมารองรับการทำงานแบบ 64-bits มากนักจึงยังไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน




เม็ดสี่เหลี่ยมสีดำที่อยู่รอบๆ GPU คือหน่วยความจำบนการ์ดจอนั่นเอง

หน่วยความจำบนการ์ดจอ (VIDEO MEMORY)

หน่วยความจำที่อยู่บนกราฟิกการ์ดนั้นจะทำหน้าที่เก็บ และพักข้อมูลเหมือนกันกับแรมในระบบ แต่จะต่างกันที่เป็นข้อมูลที่เป็นส่วนประกอบของรูปภาพที่จะนำมาแสดงบนหน้าจอ โดยข้อมูลนั้นจะเป็นข้อมูลที่ได้จากตัว GPU หรือชิพกราฟิกนั่นเอง โดยข้อมูลส่วนใหญ่ที่นำมาเก็บบนหน่วยความจำกราฟิกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่เป็นส่วนประกอบของพื้นผิวของภาพ (Texture) เป็นส่วนใหญ่และยิ่งเกมในสมัยนี้มีการนำเอฟเฟ็กต์อย่าง Parallax Mapping มาใช้ทำให้เท็กซ์เจอร์ต่างๆ ดูมีมิติตื้นลึกที่สวยงามมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเท็กซ์เจอร์ที่นำมาใช้กับเกมในปัจจุบันก็เป็นแบบความละเอียดสูง ยิ่งทำให้ต้องพื้นที่ในการพักข้อมูลในเมมโมรีมากขึ้นด้วย อีกตัวแปรที่มีผลต่อหน่วยความจำของการ์ดจอก็คือระบบ Anti-aliasing (AA) ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้ภาพที่ออกมามีความเนียนมากขึ้นหรือมีรอยหยักน้อยลงนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วการทำ AA จะแยกเป็นระดับต่างๆ คือ 2x, 4x, 8x, 16x แต่ว่าการตั้งค่าที่มากขึ้นนั้นหมายถึงความต้องการใช้เมมโมรีมากขึ้นด้วย ดังนั้นกราฟิกการ์ดที่มีหน่วยความจำสูงๆ จะสามารถที่จะทำการ Render หรือแสดงภาพในเกมได้อย่างต่อเนื่อง และรวดเร็วกว่ากราฟิกการ์ดที่มีหน่วยความจำน้อยๆ แต่ปัญหาก็คือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าการ์ดจอของเรามีหน่วยความจำมากพอหรือเปล่าไปดูกัน

256MB เป็นขนาดขั้นพื้นฐานของแรมของการ์ดจอไปแล้วในปัจจุบัน ซึ่งการ์ดจอที่มีแรมขนาดนี้เราแนะนำว่าเมื่อนำมาเล่นเกมไม่ควรใช้ความละเอียดของจอมากกว่า 1024x768 และการตั้งค่ากราฟิกทั้งหลายไม่ควรสูงสุดทั้งหมด ควรจะเป็นค่ากลางๆ จะดีที่สุด ส่วนระบบ AA ไม่ต้องยุ่งกับมันจะดีกว่ากับความจุนี้ เพราะมันจะทำให้ดึงเฟรมเรตลงไปมากทีเดียว

512MB ถ้าพูดถึงการเล่นเกมทั้งในปัจจุบันและอนาคต ความจุขนาดนี้นับว่าเหมาะสมอย่างมาก สามารถเปิดเอฟเฟ็กต์ในเกมได้สูงสุดทั้งหมดได้ ความละเอียดสามารถไปได้ถึง 1280x1024 4x AA แบบสบายๆ แต่ถ้าอยากเล่นที่ความละเอียดมากกว่านี้ก็ย่อมได้แต่ต้องลดค่า AA ลงบ้างเพื่อดึงค่าเฟรมเรตให้สูงขึ้น

768MB, 1GB
ความจุสูงขนาดนี้จะพบได้ในการ์ดรุ่นสูงๆ อย่าง Geforce 8800GTX, Radeon HD2900XT ซึ่งความจุระดับสามารถเล่นเกมได้ในความละเอียดสูงในระดับ HD พร้อมทั้งเปิด AA ได้แบบลื่นๆ แน่นอน

แต่เรื่องของความจุแรม ไม่สามารถเป็นตัวตัดสินได้ทั้งหมดว่า การ์ดตัวนี้แรงหรือไม่ ต้องดูส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรุ่น ความเร็ว ความกว้างของ Bits ประกอบกันด้วย สุดท้ายนี้ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ

ที่มา FW Mail

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2551 0 ความคิดเห็น

ข้อมูลสรุปนี้ไม่พร้อมใช้งาน โปรด คลิกที่นี่เพื่อดูโพสต์

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2551 2 ความคิดเห็น

พหุบัญชร - หมายถึง Windows หรือหน้าต่างหลายๆบาน คำว่าพหุ แปลว่า มาก,หลาย และบัญชร แปลว่า หน้าต่าง

จุดอิทธิฤทธิ์ -
ฟังดูน่าตื้นเต้นดีไหม แปลตรงตัวได้ว่า PowerPoint

พหุอุบลจารึก -
รวมแล้วแปลว่า Lotus Notes สำหรับคำว่าอุบล หมายถึง ดอกบัว

ภัทร -
สั้นง่ายได้ใจความ ภัทร แปลว่าดี, เจริญ,ประเสริฐ ซึ่งก็คือ EXCEL นั่นเอง

ปฐมพิศ -
ปฐม แปลว่าพื้นฐาน หรือ Basic พิศ แปลว่าการมอง คล้ายๆกับ Visual เหมาะเป็น Visual Basic

พหุภาระ -
Multitasking คำว่าพหุถูกนำมาใช้อีกแล้ว ก็ดันทำหลายงานพร้อมๆกันเลยเป็นพหูพจน์นะซิ

แท่งภาระ -
ชุดต่อเนื่องของคำว่าภาระ หรือ Task ดังนั้นแท่งภาระจึงหมายถึง Taskbar

แท่งหฤหรรษ์ -
แปลได้ความหมายดีมากคือ Joystick เพราะใช้ในการเล่นเกมทำให้เกิดความสุข

สรรค์ใน -
สรรค์ หมายถึงสร้าง ซึ่งก็คือ Build รวมกับในหรือ in เป็น Build-in

ยืนเอกา -
เอกา แปลว่า โดดเดี่ยว, ยืนแปลว่าไม่ได้นั่ง รวมความได้ว่าไม่ได้นั่งคนเดียว หรือยืนคนเดียว หรือ Standalone

จิ๋วระทวย -
อย่าแปลเอง ฟังก่อน Micro แปลว่าเล็ก, จิ๋ว ส่วน Soft แปลว่าอ่อน,นุ่ม ดังนั้นจิ๋วระทวย หมายถึง Microsoft



ที่มา eakphong.ติดคอมพันธุ์แท้

Powered by ScribeFire.

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2551 0 ความคิดเห็น

พอดีแวะไปเยี่ยมเยียนเว็บไซด์ www.pantip.com มาครับ โดยแวะไปที่ห้อง Tech-Exchange แล้วไปเจอกระทู้กระทู้นึงซึ่งเป็นกระทู้แนะนำด้วย ก็เลยต้อง Click เข้าไปดูสักหน่อย พอเข้าไปปุ๊ป ฮากระจายเลยครับ ลองดูหัวข้อกระทู้และรายละเอียดนะครับ

ผิดหวังกับ AMD2 (940) X2 Athlon 4400+ AMD Athlon™ 64 X2 Dual-Core มากๆๆๆๆๆ

กว่าจะหาสาเหตุว่าที่แท้ปํญหามันเกิดจาก CPU นั่นเอง ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันเพราะแรกๆ นึกว่าเป็นที่โปรแกรม Excel ผมต้อง Uninstall ออกไปตั้งหลายรอบแล้วลงใหม่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม คือสาเหตุของมันเป็นดังนี้ครับตารางที่ผมสร้างไว้ใน Excel ตอนที่ใช้ CPU INTEL เวลาสั่งพิมพ์มันก็อยู่ในกรอบของกระดาษ A4 ตามที่ผมได้ทำไว้ แต่ด้วยความที่ระยะหลังๆ ราคาคอมประกอบมันถูกลงมากก็เลยทำให้เกิดกิเลสอยากได้คอมอีกชุด ก็คือชุดตามหัวข้อพร้อมแรม 2G HARDDISK 320 GB. (เก็บไฟล์เอกสารเยอะ)แต่ พอเจอปัญหาดังกล่าวก็เลยเซ็งมาก เลยอยากเตือนเพื่อนๆ ที่จะประกอบคอมใหม่เพื่อไว้ใช้ทำงานและพิมพ์เอกสาร เป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยง AMD นะครับขอบอก

อ่านแล้วฮากระจายเลย อยู่ในวงการ Computer มาก็หลายปี เพิ่งจะเคยเจอแบบนี้

กระทู้ที่ว่า ผิดหวังกับ AMD2 (940) X2 Athlon 4400+ AMD Athlon™ 64 X2 Dual-Core มากๆๆๆๆๆ ลอง Click ไปอ่านฉบับเต็มๆกันนะครับ ^_^

Powered by ScribeFire.

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 0 ความคิดเห็น

เห็นเพื่อนๆ ถามกันมาอยู่เป็นประจำ และผมก็เคยเขียนเป็นกระทู้ไปแล้ว เลยขอเอามาลงอีกครั้งสำหรับคนที่ยังมีปัญหากับการเปลื่ยน Harddisk หรือ Mainboard
  1. เปิดหน้าต่าง command โดยคลิก Start > Run พิมพ์ CMD กด OK

  2. ให้ไปที่ C:> เสร็จแล็วให้พิมพ์คำสั่งดังนี้

    CD WINDOWS/DRIVER CACHE/i386

    เมื่อมาที่โฟลเดอร์นี้แล้ว จะมีไฟล์สำคัญ 4 ไฟล์ ที่ต้องใช้ในการนี้ คือไฟล์ Atapi.sys, Intelide.sys,Pciide.sys และ Pciidex.sys ซึ่งจะอยู่ในรูปของไฟล์ .CAB ที่ชื่อ Driver.cab หรือ SP1.cab หรือ SP2.cab (แล้วแต่กรณีรุ่นของวินโดวส์)คุณต้องขยายไปเก็บไว้ที่โฟลเดอร์ C:/windows/System32/Drivers

    ในกรณีที่ใช้ Windows XP ธรรมดา (ไม่มี Service pack)
    expand driver.cab -f:atapi.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER
    expand driver.cab -f:intelide.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER
    expand driver.cab -f:pciide.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER
    expand driver.cab -f:pciidex.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER

    ในกรณีที่ใช้ Windows XP Service pack1
    expand sp1.cab -f:atapi.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER
    expand sp1.cab -f:intelide.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER
    expand driver.cab -f:pciide.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER (สำหรับไดร์เวอร์ตัวนี้ต้องใช้ของวินโดวส์ธรรมดา)
    expand sp1.cab -f:pciidex.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER

    ในกรณีที่ใช้ Windows XP Service pack2
    expand sp2.cab -f:atapi.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER
    expand sp2.cab -f:intelide.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER
    expand driver.cab -f:pciide.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER (สำหรับไดร์เวอร์ตัวนี้ต้องใช้ของวินโดวส์ธรรมดา)
    expand sp2.cab -f:pciidex.sys c:\windows\System32\Drivers กด ENTER

  3. ให้ก็อป script ข้างล่างนี้ ปะใน notepad แล้วเซฟเป็นชื่อ xp2k-idefix.reg ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์นี้ ตอบ Yes และ OK

    Windows Registry Editor Version 5.00

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\primary_ide_channel]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="atapi"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\secondary_ide_channel]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="atapi"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\*pnp0600]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="atapi"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\*azt0502]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="atapi"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\gendisk]
    "ClassGUID"="{4D36E967-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="disk"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#cc_0101]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_0e11&dev_ae33]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1039&dev_0601]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase \pci#ven_1039&dev_5513]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1042&dev_1000]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_105a&dev_4d33]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&dev_0640]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&dev_0646]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&dev_0646&REV_05]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&dev_0646&REV_07]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&dev_0648]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1095&dev_0649]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1097&dev_0038]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10ad&dev_0001]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10ad&dev_0150]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10b9&dev_5215]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10b9&dev_5219]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_10b9&dev_5229]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="pciide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_1106&dev_0571]
    "Service"="pciide"
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&dev_1222]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="intelide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&dev_1230]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="intelide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&dev_2411]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="intelide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&dev_2421]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="intelide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&dev_7010]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="intelide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&dev_7111]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="intelide"

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\CriticalDeviceDatabase\pci#ven_8086&dev_7199]
    "ClassGUID"="{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}"
    "Service"="intelide"


    ;Add driver for Atapi (requires Atapi.sys in Drivers directory)

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\atapi]
    "ErrorControl"=dword:00000001
    "Group"="SCSI miniport"
    "Start"=dword:00000000
    "Tag"=dword:00000019
    "Type"=dword:00000001
    "DisplayName"="Standard IDE/ESDI Hard Disk Controller"
    "ImagePath"=hex(2):53,00,79,00,73,00,74,00,65,00,6d,00,33,00,32,00,5c,00,44,00,\
    52,00,49,00,56,00,45,00,52,00,53,00,5c,00,61,00,74,00,61,00,70,00,69,00,2e,\
    00,73,00,79,00,73,00,00,00

    ;Add driver for intelide (requires intelide.sys in drivers directory)

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\IntelIde]
    "ErrorControl"=dword:00000001
    "Group"="System Bus Extender"
    "Start"=dword:00000000
    "Tag"=dword:00000004
    "Type"=dword:00000001
    "ImagePath"=hex(2):53,00,79,00,73,00,74,00,65,00,6d,00,33,00,32,00,5c,00,44,00,\
    52,00,49,00,56,00,45,00,52,00,53,00,5c,00,69,00,6e,00,74,00,65,00,6c,00,69,\
    00,64,00,65,00,2e,00,73,00,79,00,73,00,00,00

    ;Add driver for Pciide (requires Pciide.sys and Pciidex.sys in Drivers directory)

    [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\PCIIde]
    "ErrorControl"=dword:00000001
    "Group"="System Bus Extender"
    "Start"=dword:00000000
    "Tag"=dword:00000003
    "Type"=dword:00000001
    "ImagePath"=hex(2):53,00,79,00,73,00,74,00,65,00,6d,00,33,00,32,00,5c,00,44,00,\
    52,00,49,00,56,00,45,00,52,00,53,00,5c,00,70,00,63,00,69,00,69,00,64,00,65,\
    00,2e,00,73,00,79,00,73,00,00,00

    ถ้าไม่สะดวกในการทำไฟล์นี้ ก็ไปดาวน์โหลดตามลิงค์นี่เพื่อความสะดวกของคุณๆ ทั้งหลาย
    http://www.4shared.com/file/1272687/8a4ee21a/xp2k-idefix.html

  4. อันเสร็จเรียบร้อย คราวนี้คุณก็ถอด Harddisk ไปใส่เครื่องใหม่ หรือเอา Mainboard ใหม่มาเปลื่ยนได้ หรือจะ Ghost เก็บไว้ใช้กับเครื่องอื่นๆต่อไป
ที่มา เว็บ Pantip.Com


Powered by ScribeFire.

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş 0 ความคิดเห็น

วันนี้ ขอนำเรื่องของการ์ดจอในตำนานมาเป็นหัวข้อในการสนทนาวันนี้หน่อยน่ะครับ



หากพูดถึง 3dfx แล้วหลายคงนึกถึง คำว่า Voodoo นะครับ และหากถามว่าการ์ดอะไรแรงที่สุดของ 3dfx หมักจะตอบกัน Voodoo 5 6000

จริงแล้ว 3dfx มีอะไรที่ใหม่กว่า Voodoo และแรงกว่า Geforce2, Geforce3 หรืออาจจะเสมอกับ Geforce4 Ti Series ด้วยซ้ำ

นั้นคือ Spectre ผลผลิดขั้นสุดท้ายของ Rampage Project นั้นเอง แต่ทำไม ไม่ใครมีรู้เลยว่าการ์ดจอของ 3dfx มีชื่อ Spectre ด้วย

ตามมาครับ แล้วเปิดลิ้นชักโต๊ะทำนั้งไทม์ Machine กันว่า spectre มันมีความเป็นมายังไงกันนะครับ

หลังที่ 3dfx ได้รับความสำเร็จจาก Voodoo1 voodooRush และVoodoo 2 แล้ว ได้พบว่ามีคู่แข่งวงการ 3D วิ่งตามตนเองมาติดๆแบบหายใจลดต้นขอไม่น้อย 3dfx คิด Rampage Project เพื่อที่จะทิ้งหางจากคู่แข่ง ด้งนั้น Rampage Projectd ก็เริมต้นขึ้น ระหว่างที่ Rampage Project ได้ดำเนินไปไม่ถึงครึ่งทาง 3dfxได้ดึงทรัพยากรบุคคลจาก Rampage Project มาสร้าง Voodoo Banshee ซึ่งเป็น Chipที่ประมวลผลได้ทั้ง 2D/3D ในตัวเดียวกันตัวแรกของ 3dfx (Voodoo 1 และ 2 เป็น 3D only ส่วน VoodooRush ใช้ชิปVoodoo 1 +ชิป 2Dของn Alliance Semiconductor ประกอบบนบอร์ดเดียวกัน)

การที่ดึงทรัพยากรบุคคลจาก Rampage Project มาทำฺ Banshee นั้นทำให้ Rampage Project ล่าช้าลงไป แต่ยังไงเสีย Bashee ก็เป็นต้นกำเหนิด Voodoo 3 series หลังนั้น Rampage Project ก็ดำเนินต่อไปจน ถึง 70 % แต่แล้วด้วยการบุกโจม ตีของกองกำลัง G-Force ทำให้ 3Dfx ตัดสินใจเอา 70% ของ Rampage Project ทำเป็น Napalm Project ผลที่ได้คือชิป VSA-100 โดย VSA-100 นี้มีความสามารถ T-buffer ที่ทำการเปิด Full scene AA ที่ความละเอียดสูงได้แถมยังรองรับทั้งเกมเก่าและใหม่ ด้วย แต่ VSA 100 กลับรองรับแค่ Direct X6 ไม่มี TnL ด้วยครับ VSA-100 ถูกนำไปติดตังบน Voodoo4 4500 (การ์ด 1 ใบใช้ VSA 100 จำนวน 1ตัว) voodoo5 5500 (การ์ด 1 ใบใช้ VSA 100 จำนวน 2ตัว) Voodoo5 6000 (การ์ด 1 ใบใช้ VSA 100 จำนวน 4ตัว) สามตัวนี้ดูเหมือนเป็น FinalWeapon ของ 3dfx แต่จริงแล้วเป็นเพียงตัวขัดตราทัพไว้ก่อนเท่านั้น

ในระหว่างส่งคนไปตายแทน Project Rampage เดินมาถึง 90% (เวลาใกล้ตกงานนี้มีspirit ทำงานกันเร็วจริง) ผลที่ได้คือ ชิปชื่อ Rampage 1000 ที่รองรับDirectX8.1 ที่มีทัง Pixel Shader และ Vertex Shader (3dfx ตัดสินใจกระโดดข้ามDirextX7 ครับ) 3dfx ได้นำชิปตัวนี้ไปประกอบลงบนตัวการ์ด และได้ตัดสินใจทิ้งชื่อ Voodoo แล้วใช้ชื่อ Spectre แทน

3dfx ประกอบการ์ดชื่อ Spectre 1000 ออกมาเป็นจำนวน 20 ตัว โดยแบ่งเป็น
Revision A0 จำนวน 10 ตัว
Revision A1 จำนวน 10 ตัว

เพื่อทดสอบในห้องปฏิบัติการของตนก่อนผลิตออกมาเป็นจำ นวนมาก


ส่วนอีก 10% ที่เหลือของ Rampage Project คือชิป Sage ที่เป็น Tnl Unit แยกจาก Rampage 1000 ต่างหาก โดย Sage และ Rampage1000 จะนำไปประกอบบน
Spectre2000 (1 * Rampage / 1* Sage)
spectre3000 (2 * Rampage / 1 * Sage)

3dfx ตั้งใจที่จะอดทนรอ Sage เสร็จสมบูรณ์ แล้วเครื่อนผลกองทัพผีร้าย(Spectre แปลว่า ผีร้าย)บุกตลาดเกมอันประกอบด้วย

Spectre1000 (ใช้ชิป Rampage 1ตัว)
Spectre2000 (ใช้ชิป Rampage 1ตัว / 1 Sage)
Spectre3000 (ใช้ชิป Rampage 2ตัว / 1 Sage)

แต่แล้ว 3dfx ก็ประสบปัญหาท่างด้านการเงินทำให้ไม่สามารถพัฒนาชิป Sageต่อไปได้ 3dfx จึงได้แต่รอผู้ที่จะมาเพิ่มทุนให้กับทางบริษัท หากเราเป็น nVIDIA เราจะรอให้คนอื่นมาเพิ่มทุนให้ 3dfx ยังงั้นหรือ เราจะยอมให้มันมันผลิตกองทัพผีร้ายมาสู้กับ GeForce ของเราอย่างันรึ ว่าแล้วเราสู้เอาเทคโนโลยีมันมาใส่ใน GeForce ของเรา์ดีกว่า nVIDIA จึงได้ตัดสินใจซื้อ 3dfx เป็นการปิดผนึกกองทัพผีร้ายจากนรกได้สำเร็จครับ



แต่ก็มีผีร้ายหลุดลอดออกมาได้ 20 ตัว(ไอ้ 20 ตัวที่มันผลิตออกมาตอนแรกนั้นแหละ) เป็นเหล่า Spectre 1000 ที่ใช้ Chip Rampage แต่ไม่มีชิป Sage นะครับเพราะยังชิป Sage ยังพัฒนาไม่เสร็จนะครับ

เดียวเราจะไปดูหน้าตา Spectre 1000 ที่เพียงมีแค่ 20 ตัว ในโลกมนุษย์กัน



ข้างล้างนี้คือหน้าตาของเจ้าการ์ดจอผีร้ายนะครับ


อันนี้เจาผีร้ายตอนถอดชุด....ระบายความร้อนน่ะครับ


นี้คือ Heatshink ที่ปิดชิปRamPage อยู่นะครับ


หน้าตา ชิป Rampage ที่เป็นหัวใจของเจ้าผีร้าย 1 ใน 20 ตัวแรก


นี้Ram ทีพวกมันใช้กันครับ


Spector ในห้องปฏิบัติการครับ


ผีร้าย กับหมอผีครับ


Spectre กับการทำหน้าที่ ของมันครับ






และภาพข้างล่างนี้คือภาพสุดท้ายนะครับ ผมไม่รู้ว่าภาพนี้ของจริงรึเปล่า มันคือ Spectre 3000 ผีร้ายระดับ Top + Sage (TnL Unit) ครับ

คำตอบนี้คงต้องให้เพื่อนไปคนหากันมาเองนะครับ


"น้อยคนที่ได้รู้จัก Spectre น้อยคนนักที่ได้สัมผัส และมีไม่เกิน 20คน ที่ได้เป็นเจ้าของ"

สำหรับการ์ดจอที่มีเพียง 20 ใบในโลกอย่าง Spectre 1000 นั้นผมยังคิดอยู่เลยว่า หากมีคนเอา GF 8800 Ultra ไปแหลกกับ Spectre ของเขา เขาจะยอมหรือเปล่า คุณล่ะหากเป็นเจ้าของ Spectre จะยอมใหมครับ

ที่มา Spectre การ์ดจอผีร้ายมีจริง หรือเพียงแค่ตำนาน

Powered by ScribeFire.

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2551 0 ความคิดเห็น

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ยอมรับว่ากลุ่มแฮกเกอร์สามารถพบหนทางควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัวด้วยซอฟต์แวร์คำนวณยอดนิยม Microsoft Excel จริง แต่ระบุว่าเป็นการใช้ Excel เวอร์ชันเก่าบางตัว ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่สามารถหาจุดบกพร่องที่ชัดเจนเพื่ออุดรูรั่วที่เกิดขึ้น

รายงานของสำนักข่าวเอพีระบุว่า ผู้ใช้ซึ่งเปิดไฟล์แนบ Excel ทางอีเมล หรือเปิดไฟล์ Excel จากเว็บไซต์ประสงค์ร้ายบางแห่ง อาจทำให้นักเจาะระบบสามารถควบคุมเครื่องพีซีของเหยื่อเพื่อจุดประสงค์มุ่ง ร้ายนานาชนิด ทั้งการขโมยรหัสผ่าน และข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญอื่นๆ รวมถึงการใช้ข้อมูลรายชื่ออีเมลในเครื่องเพื่อส่งอีเมลขยะ โดยความเสี่ยงเกาะกลุ่มที่ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Microsoft Office Excel 2003 Service Pack 2, Excel Viewer 2003, Excel 2002, Excel 2000 และ Excel 2004 สำหรับเครื่องแม็คอินทอช

ไมโครซอฟท์ออกมาให้ข้อมูลว่ากำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนรายงานความ เสียหายที่เกิดขึ้น และยังไม่สามารถระบุจุดที่ต้องการชุดแพตช์เพื่ออุดรูรั่วดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์แนะนำผู้ที่ใช้โปรแกรมในกลุ่มเสี่ยงข้างต้น ว่าควรใช้เครื่องมือตรวจจับไวรัสเพื่อสแกนไฟล์หาโค้ดร้ายก่อนจะเปิดไฟล์ใดๆ โดยไมโครซอฟท์มีระบบสแกนของตัวเองในชื่อว่า Microsoft Office Isolated Conversion Environment

สำหรับ Excel เวอร์ชันปลอดภัยคือ Excel 2007, Excel 2007 SP 1 และ Excel 2008 for Mac

ที่มา ผู้จัดการ Online

---------------------------------------------------------------------------

รูรั่วของ Microsoft เนี่ย มันมีไม่เคยหมดจริงๆ และ ผมเชื่อว่าไม่มีทางแก้ไขได้หรอกครับ เพราะ ซอฟท์แวร์ที่ไม่มี Bug และ ความผิดพลาดเลย คือ Software ที่ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา (ไม่ได้เข้าข้าง Microsoft นะ แต่มันเป็นเรื่องจริง)


สำหรับ Excel เวอร์ชันปลอดภัยคือ Excel 2007, Excel 2007 SP 1 และ Excel 2008 for Mac
^
^
ว่าแต่ว่า ไอ้ประโยคนี้นี่มัน เน้นจะขายของมากไปหน่อยม๊างงงงงงงงงงงงงงง แล้วรุ่นก่อนๆ ป้องกันไม่ได้เลยใช่ไม๊


Powered by ScribeFire.

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2551 0 ความคิดเห็น



ไมโครซอฟท์สานต่อ “The Right PC” เชื่อมาถูกทาง พร้อมออกโปรโมชันพิเศษสำหรับ Microsoft Office Home and Student 2007 เป็นครั้งแรกสำหรับแฟนพันธุ์แท้ไมโครซอฟท์ออฟฟิศกว่า 50% ส่งเสริมการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ให้เหมาะกับความต้องการและการใช้งาน เปลี่ยนความคิดที่ว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพคือผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพง”

นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ไมโครซอฟท์ได้ออกแคมเปญพิเศษแก่ผู้บริโภคชาวไทย เพื่อส่งเสริมการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ให้เหมาะกับความต้องการและการ ใช้งาน และเป็นการเปลี่ยนความคิดที่ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพคือผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพง พร้อมมอบสิทธิพิเศษแก่ผู้บริโภคในตลาดไทยด้วยการนำเสนอ Microsoft Office Home and Student 2007 ราคาพิเศษในระยะเวลาโปรโมชัน 4 เดือน

ทั้งนี้ จากผลตอบรับเป็นอย่างดีของแคมเปญ “The Right PC นี่แหละคอมพิวเตอร์ที่ใช่” ซึ่งถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่สมบูรณ์ด้วย โปรแกรมที่ถูกต้องและเหมาะสมกับการใช้งาน ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จึงสานต่อการส่งเสริมการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องเหมาะสมด้วยแคมเปญพิเศษ ด้านราคาเป็นครั้งแรก ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ Microsoft Office Home and Student 2007 ในราคา 3,500 บาท จากราคาเต็มที่ 6,700 บาท โดย 1 ลิขสิทธิ์สามารถติดตั้งได้ 3 เครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้งานโปรแกรมขั้นพื้นฐานและไม่จำเป็น ต้องจ่ายแพงเกินความต้องการใช้งาน ทั้งนี้ สิทธิพิเศษดังกล่าวมีระยะเวลาจำกัดตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2551 เท่านั้น

พร้อมกันนี้ ผู้บริโภคยังสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ Microsoft Office Home and Student 2007 ในราคาพิเศษนี้ได้ที่งาน Comworld Thailand ซึ่งจะจัดขึ้นที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 7 – 10 กุมภาพันธ์ 2551

“หลัง จากที่เราได้ทดลองทำแคมเปญ The Right PC ซึ่งเป็นโครงการที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรงไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 นั้นปรากฎว่าได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ทำให้เราเชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว เพราะแท้จริงแล้วผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแนวโน้มความต้องการในการใช้ซอฟต์แวร์ ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ซึ่งทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ของพวก เขาจะปลอดภัย และยังมีผู้ให้คำปรึกษาในกรณีที่เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้น”

สำหรับโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2007 เป็นชุดซอฟต์แวร์ที่เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป นักเรียน นักศึกษาในการสร้างเอกสาร เวิร์กชีท ซึ่งมีคุณสมบัติใหม่ในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนองานที่ดูเหนือชั้นได้อย่างรวดเร็ว ง่าย และสามารถรวบรวบความคิด ข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียงไว้ที่จุดเดียวกันเพื่อสะดวกในการค้นหาได้ทันใจ จากโปรแกรมวันโน้ต 2007 ซอฟต์แวร์ชุดนี้มาพร้อมกับเมนูและเครื่องมือที่ปรับปรุงใหม่ พัฒนาความสามารถงานด้านกราฟฟิกส์ และการจัดรูปแบบให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ยังมีเครื่องมือใหม่ที่เข้ามาช่วยจัดการในเรื่องของเวลา และระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพและมีความเสถียรมากขึ้น

ชุด ซอฟต์แวร์ Microsoft Office Home and Student 2007 ประกอบด้วยโปรแกรมการใช้งานคือ 1.ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ เอ็กเซล 2007 2.ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ พาวเวอร์พอยท์ 2007 3.ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ เวิร์ด 2007 4.ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ วันโน้ต 2007

ทั้งนี้ ลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ Microsoft Office Home and Student 2007 จะไม่สามารถนำไปใช้งานในเชิงธุรกิจได้

ที่มา ผู้จัดการ Online

----------------------------------------------------

ว่าแต่ว่า ท่าน Microsoft ท่านเพิ่งจะรู้หรือว่า Software ของท่านนั้นมันแพงเกินกว่าที่ผู้ใช้ทั่วๆไป ในประเทศไทยจะซื้อหามาใช้ได้ (แสดงว่าเริ่มฉลาดแระ ^_^)


Powered by ScribeFire.

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş 0 ความคิดเห็น

หลายๆ คนประสบปัญหาข้อมูลเกินแผ่น แต่เกินไปนิดเดียว ครั้นจะเอาลงอีกแผ่นก็กระไรอยู่ พอไปโพสถามที่โน่นที่นี่ก็มีแต่คนบอกว่าให้ Over Burn ไปเปิดหนังสือตำรับตำรา คู่มือการใช้งานชนิดซียนไม่ว่าเล่มไหนๆ ต่างก็บอกไว้แค่นี้ ใช่ครับ มันเป็นทางเลือกหนึ่ง ตั้งแต่อ่านๆมาผมยังไม่เคยเห็นคนพูดถึงวิธีแบบผมเลย ผมก็ไม่เข้าใจ ทำไมไม่ค่อยมีคนรู้ คนรู้ก็คงมีอยู่แหละน่า เพียงแต่ผมไม่เจอ (แต่ผมว่าผมก็ผ่านมาเยอะนะ)

แต่เดี๋ยวก่อนที่จะบอกวิธีผม คงจะมีคนสงสัย แล้วOver burn ไม่ดียังไง

แน่นอนครับ ผลเสียก็คือ โอกาสเจ๊งของแผ่นและDrive ที่ใช้write มีสูงครับ Driveอาจไม่เสียทันทีแต่ถ้าทำบ่อยๆก็จะโทรมลงเรื่อยๆครับ ดังนั้นทางทีดีควรหลีกเลี่ยง เอาล่ะมาดูวิธีของผม

ใช้ Nero ทั่วๆไปนี่แหละ ไม่ต้องลงอะไรเพิ่มเติม

เปิด Options > Expert Features > ไปติ๊กตรงนี้เลยครับ * Enable generation of short lead-out > OK เสร็จแล้ว ง่ายจริงๆ แต่เวลาตอนเราจะไรท์ เราต้องใช้ Mode Disc-at-once นะครับ แล้วเราก็จะสามารถไรท์เพิ่มได้อีก 12 mb โดยไม่ต้องOver burnให้เสี่ยง เพราะส่วนมากข้อมูลคงเกินมากันคนล่ะไม่เท่าไหร่

บางคนสงสัย แล้วDisc-at-onceเลือกยังไง

ในหน้าที่เราจะเลือกความเร็วในการไรท์นะครับ ให้ติ๊กเอา* multisession discออก แล้วก็ไปเปลี่ยนตรง Write Method จาก Track-at-onceเป็น Disc-at-once แล้วก็สั่ง write ได้เลยครับ

ข้อระวัง: เนื่องจากเป็นการไรท์แบบDisc-at-once ดังนั้นแผ่นที่ไรท์แบบนี้จะไม่สามารถนำมาเขียนเพิ่มได้อีกเพราะแผ่นจะโดนปิดsesstionทันที ก็คือต้องไรท์ให้เสร็จภาพในครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น

ข้อพึงระวังอีกนิดก็คือ Driveเก่าๆ บางรุ่นอาจอ่านแผ่นแบบนี้ไม่ได้ครับ แต่น้อยมาก ที่ผ่านมาผมใช้ได้หมด

แต่สุดท้ายหากข้อมูลเกินมาเยอะๆ แต่ต้องการลงแผ่นเดียวก็ไม่มีทางเลือก ต้องซื้อแผ่นแบบเกิน 700 มาOver burnเอาล่ะครับ ไม่แนะนำให้Over burnจากแผ่น700 ธรรมดา เพราะถึงแม้ว่าแผ่น Princo จะสามารถOver burn ได้ประมาณ 20 กว่า MB แต่เราก็จะต้องเสี่ยงกับการอ่านข้อมูลไม่ได้สูงมากครับ และแผ่นแต่ล่ะยี่ห้อก็สามารถ Over burnได้มากน้อยต่างกันนะครับ มันจะไม่ได้บอกไว้หรอก เราต้องใช้โปรแกรมทดสอบดูก่อน วันหลังผมจะมาสอนวิธีทดสอบว่าแต่ล่ะยี่ห้อแต่ล่ะแผ่น สามารถ Over burnได้มากน้อยเท่าไหร่ครับ

ที่มา http://advance.exteen.com

Powered by ScribeFire.

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2551 0 ความคิดเห็น



มาแล้วครับ กับเหตุผลแย่ๆ ของเหล่าพนักงานทางด้าน IT ทั้งหลายที่บอกว่าเจ้า iPhone นี่มันไม่ได้เหมาะกับการใช้งานแบบ IT เอาซะเลย ทั้งๆ ที่เป็นอุปกรณ์ไฮเทคล้ำสมัยซะขนาดนี้ เอาเป็นว่าบทความนี้เป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนของ iPhone ที่ไม่เหมาะกับการนำมาใช้งานจริงๆ จังๆ หรือนำมาทำงานทางด้านธุรกิจ โดยเฉพาะทาง IT แต่แน่นอนว่าคงจะเหมาะกับผู้ใช้งานทั่วๆ ไปซะมากกว่า ที่จะเอามาใช้ให้เป็นเรื่องเป็นราว หรือให้มาลดค่าใช้จ่ายหรือประหยัดเวลาการทำงานในองค์กร

สำหรับบทความนี้เป็นเพียงสาเหตุของกลุ่มคนทำงาน IT ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจะว่า iPhone ไม่ดีอย่างไร แต่เพียงแต่บอกว่าไม่เหมาะกับการทำงานหรือไม่รองรับการทำงานแบบ ไหนซะมากกว่า ซึ่งบางข้อ เราอาจจะใช้กันในชีวิตประจำวัน แต่ iPhone ไม่สามารถทำได้ แต่ก็มีอีกหลายๆเหตุผลที่ iPhone สามารถตอบสนองการทำงานของเราได้ เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่า ชาว IT ทั้งหลายที่เค้า บอกว่า 10 สาเหตุที่ไม่นำ iPhone มาใช้งานเป็นเพราะอะไร

  1. iPhone ไม่รองรับการเข้ารหัสของข้อมูล ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าในวงการ หรือธุรกิจขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า เอนเตอร์ไพรส์ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลมาก ซึ่ง iPhone เองไม่สามารถจะนำไฟล์ต่างๆ มาทำการเข้ารหัสได้ รวมถึงการจัดการของ admin ผู้ดูแลระบบ ก็ไม่สามารถที่จะนำระบบการจัดการดูแลกับรหัสผ่านส่วนบุคคลมาใช้กับคนในองค์กรได้ ทำให้การดูแลนั้นยุ่งยากมากขึ้น และไม่รองรับระบบเดิมที่ใช้งานกันอยู่ ซึ่งรหัสผ่านนั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานหรือคนในองค์กรผู้ใช้ iPhone เอง

  2. iPhone ไม่รองรับการทำงานระบบ "Push" email หรือ การซิงค์ Calendar พุชเมล ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในองค์กรหลายๆ องค์กรในปัจจุบัน ปัจจุบันอุปกรณ์ที่รองรับพุชเมลนั้นมีมากมาย แต่ iPhone ไม่สามารถจะรองรับระบบพุชได้ ทำให้การพก iPhone เมื่อนำมาใช้กับระบบขององค์กรนั้นก็จะได้เพียงเสียงเชียร์แกมอิจฉากับ เพื่อนร่วมงาน ถึงความใหม่ สด น่าใช้งาน เท่ห์มากๆ แต่สุดท้ายแล้ว อีเมลของบริษัทที่สำคัญๆ ก็ไม่สามารถเช็คได้ รวมถึงการซิงค์ข้อมูลของตารางนัดหมาย ในปฎิธิน คอนแทค หรือรายชื่อที่อยู่คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้เอง iPhone ก็ยังไม่รองรับการซิงค์ผ่าน Wireless อีกด้วย ต้องใช้สาย USB sync เท่านั้น

  3. iPhone ไม่รองรับการทำงานของ โปรแกรมค่ายอื่นๆ โดยที่มีการรับประกัน การรับประกันถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญกับอุปกรณ์ที่มีราคาค่าตัวเป็นหมื่น เช่นกัน แต่ว่า iPhone จะหลุดจากการรับประกันในทันที หากพบว่าเครื่อง iPhone ที่เราๆ ท่านๆ ใช้งานกันอยู่นี้ มีการลงโปรแกรมเพิ่มเติมที่เรียกว่า Third Party หรืออีกนัยนึงก็คือเป็นโปรแกรมที่ไม่ได้รับการรับรองจากทาง Apple หรือเป็นโปรแกรมที่ทาง Apple เป็นผู้พัฒนาขึ้นมา นั่นก็หมายความว่า โปรแกรมที่เราใช้งานเพิ่มเติมกันอยู่ในทุกวันนี้ เป็นโปรแกรมของปาร์ตี้ที่สามกันทั้งนั้นเลยล่ะครับ แต่ว่า Apple ก็สัญญาว่าจะออก SDK มาให้ผู้พัฒนาโปรแกรมต่างๆ ให้รองรับการใช้งานของ iPhone เช่นกัน ดังนั้นธุรกิจทางด้านซอฟท์แวร์ ของ iPhone จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้าทาง Apple ไม่เปิดโอกาสให้ และถึงมีโปรแกรมอื่นๆ ใช้งานกันแต่ ประกันของ iPhone ก็หลุดทันที

  4. iPhone ไม่รองรับการทำรีโมตหรือล็อคการทำงาน ในที่นี้หากเป็นในฝ่ายไอทีก็คงจะหมายถึงการที่รีโมตเข้ามาที่เครื่อง iPhone เพื่อทำการล็อคหรือเช็คข้อมูลต่างๆ ของเครื่องได้ และยังไม่มีโปรแกรมที่จะมาจัดการในเรื่องนี้

  5. iPhone ช้าไปแล้วสำหรับคีย์บอร์ดแบบปุ่มจริงๆ(Hardware keyboard) ซึ่ง iPhone คงไม่ได้อยากจะมีอยู่แล้ว แต่คนใช้งานโดยเฉพาะทางแถบยุโรปหรืออเมริกา ปุ่มกดหรือคีย์บอร์ดที่ติดมากับเครื่องด้วย คงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และยิ่งเมื่อเทียบการป้อนข้อมูลหรือใส่ข้อมูลต่างๆผ่านทาง virtual keyboardไม่ว่าจะเป็นการส่ง อีเมล หรือจดเอกสาร ก็แน่นอนว่าช้ากว่าการป้อนข้อมูลด้วยคีย์บอร์ด (hardware keyvoard) แบบติดมากับเครื่องอยู่แล้ว

  6. iPhone ไม่รองรับการทำงานข้ามโอเปอร์เรเตอร์ แน่นอนอยู่แล้วว่า iPhone มีระบบล็อคสำหรับใช้งานในประเทศต่างๆ ที่ผูกติดกับโอเปอร์เรเตอร์หรือที่เค้าเรียกกันว่า carrier นี่เอง นอกจากนี้ยังมีติดสัญญาการใช้งานกับโอเปอร์เรเตอร์นั้นๆเป็นปีๆ อีกด้วย เมื่อมีการล็อคแล้วทำให้การซื้อเครื่อง และนำไปใช้งานในต่างประเทศกัน ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ จึงเป็นที่มาที่ไปของการปลดล็อค iPhone และ Apple ก็ไม่นิ่งดูดาย ออก patch firmware มาแก้ไขช่องโหว่ที่เหล่าแฮ็คเกอร์หาเจออยู่ตลอด กลับกลายเป็นเรื่องและกระแสที่ทุกๆ คนต่างๆ เฝ้ารอ

  7. iPhone ไม่รองรับคนจน (ราคาแพงมาก) iPhone ออกจะไฮเทคซะขนาดนี้ ขืนมาขายราคาไม่กี่พันคงโดนดูถูกแย่เลย ก็เลยมีราคาซะสูงลิ่วเลย จะสังเกตุเห็นได้ในช่วงแรกๆ ที่ออกมาราคาแพงมาก จนกระทั่งมีการประกาศลดราคาออกมา ทำให้คนที่ซื่อมาใช้งานกันก่อนน้ำตาร่วงกันเป็นทิวแถว แต่แน่นอนว่าราคาที่เราได้ซื้อมาใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้เป็นราคาติดสัญญา แต่ถ้าหากเป็นราคาตัวเครื่องจริงๆ แล้วล่ะรับรองว่าเห็นราคาแล้วอาจจะหนาวเลยก็ได้

  8. iPhone ยังเป็นยุคแรกเท่านั้น แน่นอนว่าคงไม่มีอุปกรณ์อะไรออกมาแล้วไม่มีข้อบกพร่องเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และ iPhone เองก็ต้องเรียกว่าเป็นหน้าใหม่ในตลาดมือถือหรือโมบายล์ ซึ่งยังมีจุดอ่อนอีกมากมายให้พัฒนาและปรับปรุงในยุคต่อๆไป ตัวอย่างเช่น ไม่สามารถจะทำการแอคทีฟโดยใช้เวลาสั้นๆ แบตเตอรี่ยังอยู่ได้ไม่นานเท่าไหร่ คุณภาพเสียงก็ไม่ได้ดีกว่าอุปกรณ์โมบายล์รุ่นอื่นๆ และตอนนี้ยังรองรับที่ 2.5G อยู่เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าตามข่าวแล้วอนาคตของ iPhone คงจะมีเวอร์ชั่น 3G ออกมาในไม่ช้า

  9. iPhone ไม่รองรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้เอง เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญสำหรับการใช้งาน iPhone หากไม่มีพลังงานหลงเหลืออยู่ แล้วเราจะทำยังไงกันดี ซึ่งตรงส่วนนี้เองทำให้การใช้งานต้องขาดช่วงไป หรือถ้าจะเปลี่ยนก็ยากลำบากไม่น้อยเลย

  10. iPhone ไม่มีการรับรองว่าเหมาะสมกับธุรกิจใดๆ สำหรับส่วนนี้คงมีผลสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ๆ ที่ iPhone เองไม่รองรับหรือไม่เหมาะกับการทำงานระดับนี้เลย และไม่มีโซลูชั่นทีจะนำมาใช้งานในธุรกิตต่างๆ และผู้ใช้งาน iPhone เองก็คงรู้ดีว่า iPhone ไม่ได้เกิดมาเพื่อ Business
นี้เป็นเพียงเหตุผลที่ทำไมทาง IT จึงไม่อยากใช้งาน iPhone ร่วมกับระบบหรือธุรกิจในองค์กร แต่ถ้าใช้งานส่วนตัวล่ะก็ เชื่อแน่ว่าคนไหนก็คนนั้นล่ะครับที่ได้จับ iPhone เป็นอันต้องเสียตังค์ ซื้อมาใช้งานแน่ๆ แน่นอนว่าหากจะนำ iPhone มาใช้เพื่อความบันเทิงล่ะก็รับรองว่ามาถูกทางแล้วล่ะ

ที่มา PDAMobiz.com

Powered by ScribeFire.

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş 0 ความคิดเห็น

ทุกวันนี้สำหรับคนที่มีความต้องการสำรอง ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเอกสาร รูปภาพ เพลง หรือวิดีโอต่างๆ หรือมีความจำเป็นต้องพกข้อมูลขนาดใหญ่ไปไหนมาไหนตลอดเวลา "ฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพา" (External Hard Drives) ถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการใช้งาน

การที่คุณต้องจัดการกับข้อมูลและพกพาติด ตัวไปที่ไหนก็ตาม ถ้าเป็นข้อมูลที่ไม่มากนัก คุณสามารถใช้แผ่น CD หรือ DVD ได้อย่างง่ายดาย หรือว่าถ้าหากคุณต้องการความสะดวกสบายขึ้นมาอีกหน่อย ไม่มีวิธีการยุ่งยากเหมือนกับการใช้แผ่น CD หรือ DVD คุณก็สามารถใช้ประเภท USB Flash Drive ได้

แต่ถ้าหากว่าข้อมูลที่คุณจะจัดการมีขนาด เป็นหน่วย GB ขึ้นมาเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพยนตร์ ไฟล์วิดีโอ หรือไฟล์รูปถ่ายดิจิตอล ตัวเลือกที่น่าสนใจ คุณก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องใช้ฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาอย่างแน่นอน เพราะนอกจากที่จะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายแล้ว คุณยังสามารถแบ่งปันข้อมูลให้กับเพื่อนของคุณได้ง่ายอีกด้วย

ข้อดีของฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาก็คือมีความจุใกล้เคียงกับฮาร์ดไดร์ฟที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป หรือเผลอๆ ความจุของบางรุ่นยังมีเยอะกว่าอีกด้วย และมีการออกแบบให้มีรูปแบบที่ดูดีขึ้น มีขนาดเล็กลงเพื่อให้ง่ายแก่การพกพา และยังเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าเครื่องนี้ก็พกลำบากกว่าพวก USB Flash Drive ที่มีขนาดเล็กกว่าเยอะมากอีกทั้งฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพานี้เริ่มเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับหลายๆ คนอีกด้วย

ในท้องตลาดฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพา มีจำหน่ายหลายรุ่น หลายขนาด โดยการเลือกซื้อขึ้นอยู่กับความต้องการของตัวคุณเองว่าต้องการแบบไหน เรามีข้อมูลการเลือกซื้อฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพา ที่จะทำให้คุณมีสามารถตัดสินใจซื้อได้ตรงใจคุณ และคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปอีกด้วย

การเลือกฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาให้ตรงใจคุณ

ปัจจัยในการเลือกซื้อฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาให้ตรงใจ ได้แก่
  1. ขนาดความจุ
    ฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพา ส่วนมากมีความจุมากกว่าฮาร์ดไดร์ฟที่ติดตั้งภายในเครื่องคอมพิวเตอร์มาก โดยความจุที่น้อยที่สุดของเครื่องนี้ประมาณ 1-2 GB เท่านั้น ในขณะที่ความจุมากสุดมีมากกว่า 1 TB เลยทีเดียว แน่นอนว่าเมื่อปริมาณความจุมากย่อมส่งผลต่อราคาที่จะต้องสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น คุณควรที่จะเลือกความจุที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ เพื่อเป็นการประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณอีกด้วย

  2. ระบบการป้องกันข้อมูล
    การใช้งานอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวกับการเก็บหรือสำรองข้อมูลในปัจจุบันให้ความสำคัญการเก็บรักษา และป้องกันข้อมูลจากบุคคลอื่น ซึ่งฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาก็มีเทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันการเข้าถึงข้อมูล หรือการบันทึกข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบุคคลอื่นด้วยเช่นกัน รวมทั้งมีเทคโนโลยีที่ป้องกันการสั่นสะเทือนที่อาจจะทำให้ข้อมูลเสียหาย เนื่องจากการพกพาเคลื่อนย้ายไปตามสถานที่ต่างๆ อีกด้วย

  3. การเชื่อมต่อ
    ฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาโดยส่วนมากจะเชื่อมต่อผ่านทาง USB 1.1/2.0 หรือ IEEE 1394 400/800 (ที่คนส่วนมากรู้จักกันในชื่อ FireWire) ถ้าคุณต้องการความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล การเชื่อมต่อแบบ USB 2.0 และ FireWire 800 ถือว่าตอบสนองความต้องการของคุณได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากว่าคุณต้องการโอนถ่ายข้อมูลในปริมาณที่มากขึ้น ไฟล์ใหญ่ขึ้นเนื่องจากเก็บภาพยนตร์ หรือเก็บข้อมูลระดับ GB ขึ้นไป การใช้งาน USB คงจะไม่ไหวแล้ว ดังนั้นจึงมีเทคโนโลยีใหม่ออกมา คือ external Serial ATA (eSATA) แต่เดิมนั้น SATA ถูกออกแบบมาเพื่อการเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์แบบติดตั้งไว้ภายในตัวเครื่องเท่านั้น แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีจนสามารถใช้ต่อแบบภายนอกได้ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเชื่อมต่อพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ในระดับไฮเอ็นด์ ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลของ eSATA มีมากกว่า USB 2.0 และ FireWire ถึง 6 เท่า โดย USB 2.0 มีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล 480 Mbps ในขณะที่ FireWire 400 Mbps เท่านั้น ดังนั้นการเชื่อมต่อแบบ eSATA จึงมีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว

  4. ขนาดของตัวไดร์ฟ
    ขนาดของตัวไดร์ฟมีขนาดแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการใช้งาน ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 3.5 นิ้ว, 2.5 นิ้ว, 1.8 นิ้ว, 1 นิ้ว และ 0.85 นิ้ว ขนาดมาตรฐานคือ 3.5 และ 2.5 นิ้ว ถ้าหากว่ายิ่งมีขนาดเล็กเท่าไหร่ก็จะมีความสะดวกสบายในการพกพามากขึ้นเท่านั้น แต่การทำงานและประสิทธิภาพน้อยลงไปด้วย

  5. ความเร็วรอบ
    ความเร็วรอบมีความสำคัญในการค้นหาข้อมูล ยิ่งมีความเร็วรอบมากเท่าไหร่ การเข้าถึงข้อมูลย่อมรวดเร็วขึ้นตามไปด้วย โดยความเร็วรอบมีหน่วยเป็น Revolutions Per Minute (rpm) ความเร็วรอบมีตั้งแต่ 3,600 rpm ถึง 15,000 rpm ความเร็วรอบที่ใช้ในฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 7,200 และ 5,400 rpm แต่ถ้าเป็นความเร็วรอบมากๆ ระดับหลักหมื่นโดยส่วนมากจะใช้กับฮาร์ดไดร์ฟแบบติดตั้งภายในตังเครื่องและใช้กับเซิร์ฟเวอร์หรือระดับไฮเอนท์เท่านั้น

  6. หน่วยความจำบัฟเฟอร์
    การใช้หน่วยความจำบัฟเฟอร์หรือหน่วยความจำแคช (Cache) เพื่อเป็นการพักข้อมูลก่อนที่จะแสดงผลออกมา การที่มีหน่วยความจำบัฟเฟอร์เพิ่มมากขึ้น ก็จะมีส่วนช่วยให้การทำงานฮาร์ดไดร์ฟนั้นรวดเร็วขึ้นตามไปด้วย ซึ่งคุณควรจะมองหาหน่วยความจำบัฟเฟอร์ขนาด 8 MB หรือ 16 MB มากกว่า 2 MB

  7. ซอฟต์แวร์
    เครื่องฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพา ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับการสำรอง กู้ข้อมูล หรือระบบป้องกันข้อมูลติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องด้วย ซึ่งทำให้คุณสะดวกสบายในการใช้งานเนื่องจากไม่ต้องหาโปรแกรมมาลงเพิ่ม

  8. การรับประกัน
    การที่คุณต้องพกพาเครื่องนี้ไปไหนมาไหนตลอดเวลาอาจจะทำให้เครื่องนี้มีปัญหาได้ง่าย ซึ่งปัญหาไม่ว่าจะเกิดจากการกระแทกแรงๆ หรือจากปัจจัยอื่น ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อคือคุณต้องดูระยะเวลาในการรับประกัน ระยะเวลาในการส่งเคลมสินค้า โดยคุณอาจจะต้องเลือกระยะในการรับประกันนานหน่อย เพราะถ้าหากเกิดความเสียหายคุณก็มั่นใจได้ว่ามันยังอยู่ในประกันคุณไม่ต้องเสียเงิน (เว้นแต่ว่าความเสียหายอยู่นอกเหนือจากการประกัน แบบนี้ก็ตัวใครตัวมันละกัน) และคุณควรเก็บใบรับประกันหรือสติ๊กเกอร์เก็บรับประกันให้ดี อย่าให้ลอก หรือหลุดหายไป ไม่งั้นแล้ว ทางร้านจะไม่รับประกันเครื่องคุณก็ได้ และที่สำคัญ คุณควรซื้อจากร้านค้าที่มั่นใจได้ เกิดวันดีคืนดีปิดกิจการไปแล้วมันจะเกิดเรื่องยุ่งยากแก่คุณได้
ปัจจัยในการเลือกซื้อยังมีอีกหลายอย่างนอกเหนือจากที่กล่าวข้างบนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถ รองรับได้ ซึ่งระบบสามารถใช้ได้ตั้งแต่ Windows98/98SE/ME/XP/Vista และสามารถใช้งานกับเครื่อง Mac ได้อีกด้วย ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ไม่น่าจะมีปัญหากับผู้ใช้งาน

หรือแม้กระทั่งการออกแบบตัวเครื่อง โดยผู้ผลิตมีการออกแบบเน้นความสวยงาม มีเอกลักษณ์ และขนาดเล็ก เพื่อที่จะทำให้คุณง่ายแก่การพกพามากขึ้น รวมทั้งเรื่องน้ำหนักของตัวเครื่องก็มีส่วนในการตัดสินใจซื้อฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาอีกด้วย

ราคาของฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจซื้อ ถ้าหากคุณต้องการเครื่องที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงราคาก็จะต้องสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรเสียก็ดูเงินในกระเป๋าคุณด้วยว่าเพียงพอสำหรับการจ่ายหรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม ฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลอย่างเดียวเสมอไป แต่บางเครื่องยังมีฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆ อีกด้วย เช่น เป็นเครื่องเล่น MP3, ใช้เป็น Card reader สามารถเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ได้โดยตรง หรือการใช้งานผ่านระบบเครือข่ายอีกด้วย

การเลือกซื้อฮาร์ดไดร์ฟให้เหมาะกับการใช้งานของคุณเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อ เพราะมันจะทำให้คุณใช้งานเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า และจากข้อมูลที่ได้กล่าวไปมากมายคงจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกตรงใจคุณอย่างแน่นอน

ฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาแบบไหนตรงใจคุณที่สุด



iPod touch
สำหรับบางคนที่ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากนัก แต่สามารถสนุกเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลง ซึ่งคุณสามารถใช้เก็บข้อมูล และเก็บเพลงพร้อมทั้งฟังเพลงไม่ว่าที่ใดก็ได้ เครื่องนี้ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคุณเลยทีเดียว

iPod Touch ถือได้ว่าเป็นเครื่องที่สามารถฟังเพล งและเก็บข้อมูลได้ โดยมีการควบคุมผ่านจอสัมผัสแบบ Multitouch ขนาด 3.5 นิ้ว มีปุ่มควบคุมแบบ iPod Shuffle นอกจากนี้ มันยังติด WiFi และสามารถเล่นเว็บผ่าน Safari ได้ ซึ่งมีให้เลือก 2 รุ่นตามขนาดความจุคือ 8 GB และ 16 GB

ราคา 8 GB 12,500 บาท, 16 GB 16,700 บาท



Samsung YH-925GS
เครื่องเล่น MP3 ที่สามารถนำมาใช้เป็นฮาร์ดไดร์ฟแบบพก พาได้ เนื่องจากมีหน่วยความจำมากถึง 20 GB ด้วยฮาร์ดไดร์ฟขนาด 1.8 นิ้ว คุณสามารถอัดเพลงได้ประมาณ 5,000 เพลง หรือ 320 ชั่วโมง รองรับไฟล์ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Motion JPEG, MP3, WMA และ Audible การแสดงผลหน้าจอสี TFT color LCD 26 ล้านสี มีการเชื่อมต่อผ่าน USB2.0 รับสัญญาณวิทยุ สามารถบันทึกเสียงได้ สำหรับแบตเตอรี่เป็นแบบชาร์ทในตัว เล่นต่อเนื่องได้นาน 9 ชั่วโมง และมีน้ำหนักเบาเพียง 150 กรัมเท่านั้น

ราคา 19,000 บาท


Apple TV
สำหรับเครื่องนี้ถือได้ว่าเป็นคลังภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบ โดยสามารถเก็บได้ทั้งไฟล์รูปภาพ เพลง และภาพยนตร์ ซึ่งแต่เดิมคุณสามารถรับชมข้อมูลต่างๆ ผ่านโปรแกรมไอทูนส์ แต่เครื่องนี้สามารถดูหนัง ฟังเพลง และรูปภาพสวยๆ ของคุณผ่านจอทีวีของคุณได้ แทนที่มองจากคอมพิวเตอร์หรือไอพอดเพียงอย่างเดียว

แอปเปิ้ลทีวีมีความจุให้เลือกที่ 40 GB และ 160 GB ซึ่งในรุ่นความจุ 40 GB นั้น สามารถเก็บไฟล์ภาพยนตร์ได้ถึง 25 เรื่อง หรือไฟล์เพลงถึง 9,000 เพลง และไฟล์รูปภาพได้ถึง 25,000 ไฟล์ นอกจากนี้ยังมีระบบ 720g High-definition video ซึ่งเป็นระบบการส่งข้อมูลแบบไร้สาย (Wireless) และการเชื่อมต่อกับโทรทัศน์สามารถทำได้ผ่านช่องรับสัญญาณด้านหลังของแอปเปิ้ลทีวี ที่เป็น HDMI กับช่องรับสัญญาณที่เป็น Component port ซึ่งมีอยู่ในโทรทัศน์เกือบทุกระบบ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับไอทูนส์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทาง Built-in WiFi 802.11 อีกด้วย

แต่ถ้าที่บ้านหรือที่ทำงานของคุณไม่ได้มีการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายเอาไว้ ก็สามารถเชื่อมต่อผ่านสาย Lan หรือ USB ได้ โดยการเชื่อมต่อผ่านสาย Lan จะให้ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วกว่าการใช้สาย USB และยังง่ายต่อการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย

สำหรับแอปเปิ้ลทีวี สามารถใช้งานได้กับโปรแกรมไอทูนส์เวอร์ชั่น 7 ขึ้นไป และเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการแมค (Mac OS X) หรือกับระบบปฏิบัติการ Windows PC หรือ Windows XP Home/Professional ก็ได้

ราคา 15,301 บาท



Western Digital Media Center 250 GB
ฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาเครื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวคือต้องการเก็บรูปภาพในขณะเดินทาง ซึ่งมีวิธีการง่ายๆ เพียงใช้หน่วยความจำการ์ดจากกล้องดิจิตอลเสียบเข้าไปยังตัวเครื่องฮาร์ดไดร์ฟ โดยไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องนี้มีความจุ 250 GB สามารถรองรับการ์ดประเภทต่างๆ ได้ถึง 8 ชนิด มีการเชื่อมต่อผ่าน USB 2.0 และ FireWire หน่วยความจำ Cache 8 MB และความเร็วรอบ 7,200 rpm

ราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐ



Buffalo 250GB DriveStation Combo
เครื่องนี้สามารถให้คุณจัดเก็บข้อมูล สำรองไฟล์ข้อมูล และถ่ายโอนข้อมูลของคุณไม่ว่าจะเป็นเพลงโปรด ภาพถ่ายหรือ วิดีโอ ได้อย่างง่ายดาย มีความจุขนาด 250GB ในการเชื่อมต่อมีการเชื่อมต่อได้ง่ายผ่านทาง USB 1.1 และ 2.0 และ Firewire (IEEE 1394) ซึ่งมีการติดตั้งไว้ภายในตัวเครื่องแล้ว สามารถใช้งานได้ในระบบปฏิบัติการ Windows 2000, XP หรือ Mac OS X ซึ่งสามารถติดตั้งได้เองโดยไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน Hard drive ความเร็วสูง 7200 RPM SATA

ราคา 4,500 บาท



Seagate FreeAgent Pro 750GB
เครื่องนี้มีความจุ 750GB ที่มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น มีขนาด 10 x 10 x 5 นิ้ว น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่นพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆ ตัวเครื่องมีระบบสำรองข้อมูลมาด้วย เมื่อเริ่มใช้งานระบบ Auto Backup จะคอยตรวจสอบว่ามีการสร้างไฟล์หรือโฟลเดอร์ใหม่ๆ หรือไม่ หรือว่ามีข้อมูลอะไรที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า และรองรับการเข้ารหัสข้อมูล

เครื่องนี้มีความเร็วรอบอยู่ที่ 7,200 rpm ขนาดบัฟเฟอร์ 16 MB รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ USB 2.0 และ FireWire และสามารถรองรับ eSATA ด้วยเช่นกัน แต่คุณอาจจะต้องซื้อสายเคเบิล

ราคา 12,900 บาท



Buffalo 500GB DriveStation External USB 2.0 SATA
เครื่องนี้ให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้โดยง่ายเพียงเพียงอุปกรณ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ของคุณเพียงเท่านี้คุณก็สามารถ ใช้งานในการจัดเก็บ และสำรองข้อมูลได้แล้ว ที่มีขนาดความจุมากถึง 500GB ซอฟต์แวร์ที่มาพร้อมเครื่องคือ Memeo AutoBackup และ SecureLockWare ที่จะทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยได้ว่าข้อมูลของคุณจะไม่ถูกขโมย หรือมีการบันทึกผิดพลาดจากผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต Hard drive ความเร็วสูง 7200 RPM รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB 2.0 และ IEEE 1394 รองรับระบบปฏิบัติการ Windows me, 2000, และ XP รวมทั้ง Max OS X อีกด้วย

ราคา 7,900 บาท



Netdisk Mega NDAS
สำหรับเครื่องนี้รองรับการใช้งานผ่านระบบเครือข่ายได้โดยตรง โดยไม่ต้องแก้ไข IP หรือ ต้องใช้ Server ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ไฟล์ จัดเก็บข้อมูลพร้อมทั้งการสำรองข้อมูลก็สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้โดยตรง ที่ใช้งานกับฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว สนับสนุนการเชื่อมต่อแบบ USB 2.0 เครื่องนี้สามารถใช้งานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แถมมีพัดลมระบายอากาศพร้อม LED สำหรับการแสดงการทำงานด้านหน้าอีกด้วย พร้อมทั้งใช้ได้กับระบบปฏิบัติการ Windows, Linux และ Mac OS

ราคา ไม่ระบุ



Grand Wise Box 4
เป็นเครื่อง Digital Multimedia Player ที่สามารถทำงานได้เป็น Digital Media Player ที่สามารถดูหนัง ฟังเพลงจากตัวเครื่องได้ สามารถบรรจุเพลงได้มากมายเนื่องจากใช้ฮาร์ดไดร์ฟขนาด 2.5 นิ้ว สามารถเล่นไฟล์หนัง เพลง และรูปถ่าย โดยต่อตรงเข้ากับทีวีได้ อีกทั้งสามารถทำงานได้เป็น Memory Card Reader/Writer สำหรับการนำภาพจากกล้องดิจิตอลเข้าไปเก็บไว้ในตัวเครื่องหรือคอมพิวเตอร์อีกด้วย และสามารถทำงานเป็นฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพาโดยมีขนาดความจุตั้งแต่ 20-100 GB เลยทีเดียว

ราคา 40GB 9,900 บาท 60GB 10,900 บาท 80GB 12,900 บาท



Lacie Big disk Extreme with Triple Interface 1TB
เป็นเครื่องที่สามารถเก็บไฟล์ข้อมูล เพลง ภาพ รวมถึงการสำรองข้อมูล ความเร็วรอบในการอ่าน 7200 rpm ระดับ cache 16MB บันทึกข้อมูลได้มากถึง 1TB รองรับการเชื่อมต่อแบบ FireWire 800/400 และ USB 2.0 รองรับระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac มีน้ำหนักมากถึง 2.5 กิโลกรัม

ราคา 22,000 บาท

ที่มา : ecommerce-magazine

Powered by ScribeFire.

เขียนโดย Şiłąncē Mőbiuş วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2550 0 ความคิดเห็น

โลกนี้ไม่ได้มีแต่ Microsoft และ Windows นะจะบอกให้

Subscribe here

เวลา ไม่เคยคอยใคร